ประเภทของภูเขาไฟ (สรุปย่อ แบบเข้าใจง่ายๆ)
👉 สมัครสมาชิก 👈
รับข่าวสาร📢
จาก The Guru First ก่อนใคร
โลกของเราเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และหนึ่งในนั้นก็คือ “ภูเขาไฟ” (Volcano) ครับ ภูเขาไฟก็คือช่องเปิดบนเปลือกโลกที่ทำให้ แมกมา (Magma) หรือหินหนืดร้อนๆ ที่อยู่ใต้โลกของเราปะทุขึ้นมาสู่ผิวโลก (เมื่อปะทุออกมาแล้วเราจะเรียกว่า ลาวา (Lava))
แต่รู้หรือไม่ว่า ภูเขาไฟไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกันทุกลูก รูปร่างและขนาดของมันจะแตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาทำความรู้จักภูเขาไฟ 3 ประเภทหลักๆ ที่พบเห็นได้บ่อยกันครับ

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ภูเขาไฟคืออะไร? (What is a Volcano?)
ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ภูเขาไฟ ก็คือ “ภูเขาที่มีช่องเปิด” ช่องเปิดนี้จะเชื่อมต่อลึกลงไปใต้เปลือกโลก ซึ่งมีหินร้อนๆ ที่หลอมละลาย (เรียกว่า แมกมา) อยู่มากมาย เมื่อมีแรงดันมากพอ แมกมา ก๊าซ และเถ้าถ่านที่อยู่ข้างใต้ ก็จะถูกดันให้พุ่งระเบิดออกมาทางช่องเปิดนี้ เมื่อแมกมาไหลออกมาอยู่บนพื้นผิวโลกแล้ว เราจะเรียกมันว่า ลาวา
ภูเขาไฟจึงเกิดขึ้นจากการทับถมของลาวาและเถ้าถ่านที่เย็นตัวลงซ้ำๆ กันจนกลายเป็นภูเขาสูงใหญ่ขึ้นมาครับ
แมกม่า กับ ลาวา ต่างกันอย่างไร? (What is the difference between magma and lava?)
แมกมา (Magma) กับ ลาวา (Lava) คือสิ่งเดียวกัน แต่เรียกต่างกันตาม “สถานที่” ที่มันอยู่ครับ
- 🌋 แมกมา (Magma): คือหินหนืดร้อนๆ ที่ยังอยู่ “ใต้เปลือกโลก”
- 🔥 ลาวา (Lava): คือหินหนืดร้อนๆ ที่ปะทุออกมา “บนพื้นผิวโลก”
สรุปคือ: ถ้ายังอยู่ใต้ดิน เรียกว่า แมกมา ถ้าไหลออกมาบนดินแล้ว เรียกว่า ลาวา
ภูเขาไฟ 3 ประเภทหลักๆ
ภูเขาไฟแบบกรวยกรวด (Cinder Cone Volcano)
ภูเขาไฟแบบนี้เป็นเหมือน “น้องเล็ก” ในบรรดาภูเขาไฟครับ
- เกิดจากอะไร: ประกอบด้วยเศษหินและเถ้าภูเขาไฟ (ที่เรียกว่า Cinders) ที่พุ่งออกมาจากปากปล่องแล้วตกทับถมกันรอบๆ
- รูปร่าง: เป็นกรวยที่มีความลาดชันค่อนข้างสูง แต่จะไม่สูงมากนัก (มักสูงไม่เกินประมาณ 400–600 เมตร)
- จุดเด่น: เนื่องจากเป็นแค่เศษหินที่กองทับกัน ไม่ได้เชื่อมกันแน่นเหมือนลาวา ทำให้สึกกร่อนและพังทลายได้ง่ายครับ
- ตัวอย่าง: ภูเขาไฟปาริคูติน (Parícutin) ที่ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่เกิดขึ้นใหม่และเติบโตอย่างรวดเร็วให้คนเห็นมาแล้ว
ภูเขาไฟแบบสลับชั้น (Stratovolcano / Composite Volcano)
นี่คือภูเขาไฟ “ทรงคลาสสิก” ที่เรามักวาดรูปหรือนึกถึงเป็นภาพแรกๆ มีรูปทรงที่สวยงามและสูงตระหง่าน
- เกิดจากอะไร: เกิดจากการปะทุที่สลับกันไปมาหลายครั้ง ทำให้เกิดการทับถมกันเป็นชั้นๆ ระหว่าง ลาวาที่หนืดข้น (ไหลได้ไม่ไกล) กับ เถ้าภูเขาไฟ
- รูปร่าง: มีรูปทรงกรวยสูงชันและสมมาตรสวยงาม
- จุดเด่น: มักจะเป็นภูเขาไฟที่ใหญ่และสูง และมักมีการปะทุที่รุนแรง
- ตัวอย่าง: ภูเขาไฟโกโตปักซี (Cotopaxi) ที่ประเทศเอกวาดอร์ หรือ ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เป็นภูเขาไฟประเภทนี้เช่นกันครับ
ภูเขาไฟโกโตปักซี (Cotopaxi)
ภูเขาไฟฟูจิ (Fuji Mountain)
ภูเขาไฟแบบโล่ (Shield Volcano)
ภูเขาไฟประเภทนี้คือ “ยักษ์ใหญ่ใจดี” ของวงการครับ มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาภูเขาไฟทั้งหมด
- เกิดจากอะไร: เกิดจากลาวาที่มีความหนืดน้อยมาก (เหลวเหมือนน้ำเชื่อมร้อนๆ) เมื่อปะทุออกมา มันจึงไหลแผ่ออกไปได้ไกลมากในทุกทิศทาง
- รูปร่าง: มีขนาดใหญ่และกว้างมาก แต่มีความลาดชันน้อย (ไม่ชัน) ค่อยๆ ลาดเอียงลงเหมือน “โล่ของนักรบ” โบราณที่วางคว่ำไว้
- จุดเด่น: ใหญ่และกว้างที่สุด การปะทุส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง แต่จะมีลาวาไหลออกมาเป็นปริมาณมหาศาล
- ตัวอย่าง: ภูเขาไฟเมานาโลอา (Mauna Loa) ที่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่มีพลังที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ
ภูเขาไฟเมานาโลอา (Mauna Loa)
ส่วนประกอบหลักของภูเขาไฟ (Main Parts of a Volcano)
ภูเขาไฟคือโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ซับซ้อน ประกอบด้วยหลายส่วนที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการปะทุ โดยอิงจากภาพวาดโครงสร้างภูเขาไฟ เราสามารถระบุส่วนประกอบหลักที่สำคัญได้ดังนี้ครับ:
ห้องแมกมา (Magma Chamber)
- คือ แหล่งเก็บแมกมา หรือหินหนืดร้อนจัดที่อยู่ลึกใต้เปลือกโลก
- เป็นส่วนประกอบสำคัญที่เป็นต้นกำเนิดของการปะทุทั้งหมด เมื่อมีแรงดันสะสมในห้องแมกมามากพอ แมกมาก็จะถูกดันขึ้นสู่ด้านบน
ปล่องหลัก (Main Vent/Conduit)
- คือ ท่อหรือช่องทางหลัก ที่เชื่อมต่อจากห้องแมกมาขึ้นไปสู่ปากปล่องด้านบนของภูเขาไฟ
- เป็นทางผ่านให้แมกมาและก๊าซเดินทางขึ้นมาสู่พื้นผิวโลก
กรวยภูเขาไฟ (Volcanic Cone/Cone)
- คือ ตัวภูเขาทั้งหมด ที่เรามองเห็น
- เกิดจากการทับถมของลาวา, เถ้าภูเขาไฟ, และเศษหินต่าง ๆ ที่ปะทุออกมาและเย็นตัวลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดเป็นรูปทรงกรวยหรือรูปทรงอื่น ๆ ตามประเภทของภูเขาไฟ
ปล่องภูเขาไฟ (Crater)
- คือ ปากปล่อง หรือแอ่งรูปชามขนาดใหญ่ที่อยู่บนยอดของกรวยภูเขาไฟ
- เป็นจุดที่แมกมาถูกขับออกมาสู่ชั้นบรรยากาศและพื้นผิวโลกเป็นครั้งแรก
ลาวาและเถ้าถ่าน (Lava and Ash)
- ลาวา (Lava): คือแมกมาที่ไหลออกมาตามพื้นผิวภูเขาไฟ เมื่อมันไหลและเย็นตัวลงก็จะกลายเป็นหินภูเขาไฟ
- เถ้าภูเขาไฟและระเบิดภูเขาไฟ (Ash and Volcanic Bomb): คือเศษหินและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ถูกขับออกมาอย่างรุนแรงในการปะทุและลอยขึ้นไปในอากาศ ระเบิดภูเขาไฟ (Volcanic Bomb) คือชิ้นส่วนหินหนืดขนาดใหญ่ที่เย็นตัวระหว่างลอยอยู่ในอากาศก่อนจะตกลงมา
ปล่องข้าง (Flank Vent/Side Vent)
- คือ ช่องทางรอง ที่แมกมาสามารถดันทะลุออกมาด้านข้างของภูเขาไฟได้
- เกิดขึ้นเมื่อแมกมาไม่สามารถขึ้นมาตามปล่องหลักได้ทั้งหมด จึงหาทางออกใหม่ตามด้านข้างของภูเขา
การเกิดภูเขาไฟ (Formation of Volcanoes)
การเกิดภูเขาไฟส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของ แผ่นเปลือกโลก (Tectonic Plates) ครับ มีขั้นตอนที่สรุปได้ดังนี้
การสะสมของหินหนืด (Magma Collection)
- ใต้เปลือกโลกมีอุณหภูมิสูงมากจนทำให้หินบางส่วนหลอมละลายกลายเป็นของเหลวร้อนจัด เรียกว่า แมกมา (Magma)
- แมกมาจะรวมตัวกันเป็นแอ่งขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ห้องแมกมา (Magma Chamber) ซึ่งอยู่ลึกใต้พื้นผิวโลก
การสร้างแรงดัน (Pressure Buildup)
- ในแมกมาจะมี ก๊าซ ละลายอยู่มาก เมื่อแมกมาถูกความร้อนและขยายตัว ก๊าซเหล่านี้จะสร้างแรงดันมหาศาลภายในห้องแมกมา
- แรงดันนี้จะพยายามหาทางออกไปยังบริเวณที่ต้านทานน้อยที่สุด
การหาทางขึ้นสู่พื้นผิว (The Escape Route)
- แมกมาที่มีแรงดันสูงจะถูกดันให้เคลื่อนที่ขึ้นไปตามรอยแตกหรือจุดอ่อนของเปลือกโลก เรียกว่า ปล่องภูเขาไฟ (Vent)
- เมื่อแมกมาทะลุผ่านพื้นผิวโลกออกมาได้ เราจะเรียกมันว่า ลาวา (Lava)
การก่อตัวเป็นภูเขา (Volcano Formation)
- เมื่อลาวา ก๊าซ และเถ้าถ่าน ถูกพ่นออกมาซ้ำ ๆ กัน และเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว มันก็จะกองทับถมกันรอบ ๆ ปล่องภูเขาไฟ
- การทับถมนี้เองที่ค่อย ๆ สร้างโครงสร้างที่เป็นรูปทรงกรวยที่เราเรียกว่า ภูเขาไฟ ขึ้นมาครับ
จุดหลักที่ภูเขาไฟมักจะเกิด (Where Volcanoes Form)
ภูเขาไฟไม่ได้เกิดทุกที่บนโลก ส่วนใหญ่มักจะเกิดในบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกมาบรรจบหรือแยกออกจากกัน:
จุดร้อน (Hotspots): เป็นบริเวณที่ไม่ได้อยู่ตามขอบแผ่นเปลือกโลก แต่มีกระแสความร้อนจากส่วนลึกของโลกดันขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดภูเขาไฟขึ้นกลางแผ่นเปลือกโลก เช่น หมู่เกาะฮาวาย
เขตมุดตัว (Subduction Zones): เป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งมุดตัวลงไปใต้อีกแผ่นหนึ่ง ทำให้เกิดการหลอมละลายของหินและเกิดภูเขาไฟขึ้น เช่น บริเวณ วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) รอบมหาสมุทรแปซิฟิก
รอยแยกของแผ่นเปลือกโลก (Rift Zones): เป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกแยกออกจากกัน ทำให้แมกมาใต้โลกมีช่องทางแทรกขึ้นมาได้ เช่น บริเวณสันเขากลางมหาสมุทร
ประโยชน์และโทษของภูเขาไฟ (Benefits and Hazards of Volcanoes)
ภูเขาไฟไม่ใช่มีแต่ด้านที่น่ากลัวนะครับ แต่ยังมีประโยชน์มหาศาลต่อโลกของเราด้วย
- ประโยชน์:
- ดินดี: เถ้าภูเขาไฟที่สลายตัวแล้วจะทำให้ดินบริเวณนั้นอุดมสมบูรณ์มาก เหมาะแก่การเพาะปลูก
- พลังงาน: มนุษย์สามารถใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy) จากภูเขาไฟมาผลิตไฟฟ้าได้
- การท่องเที่ยว: ภูเขาไฟที่สวยงามหลายแห่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
- วัสดุธรรมชาติ: หินภูเขาไฟ เช่น หินพัมมิซ (หินขัดตัว) หรือหินบะซอลต์ ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมาย
- โทษ:
- ลาวา (Lava): หินหนืดร้อนจัดที่ไหลออกมาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
- เถ้าภูเขาไฟ (Volcanic Ash): ฝุ่นควันจำนวนมหาศาลที่อาจบดบังแสงอาทิตย์และเป็นอันตรายต่อการหายใจและการบิน
- ก๊าซพิษ (Toxic Gases): ภูเขาไฟปล่อยก๊าซอันตรายหลายชนิดออกมาขณะปะทุ
- โคลนถล่ม (Lahar): หากมีฝนตกหนัก เถ้าภูเขาไฟบนยอดเขาอาจผสมกับน้ำกลายเป็นโคลนร้อนที่ไหลถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว
แล้วประเทศไทยมีภูเขาไฟไหม? (Does Thailand Have Volcanoes?)
คำถามนี้หลายคนคงสงสัย ข่าวดีก็คือ… ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีภูเขาไฟที่มีพลัง (Active Volcano) ที่รอวันปะทุแล้วครับ
แต่ในอดีตหลายล้านปีก่อน ประเทศไทยเคยมีภูเขาไฟอยู่หลายแห่ง ปัจจุบันภูเขาไฟเหล่านั้นได้ “ดับสนิทแล้ว” (Extinct Volcano) และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามให้เราไปเยี่ยมชมได้ เช่น
จังหวัดบุรีรัมย์: ถือเป็น “เมืองแห่งภูเขาไฟ” เลยทีเดียว เช่น อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (ปราสาทหินพนมรุ้งตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว), วนอุทยานเขากระโดง (มีปากปล่องให้เห็นชัดเจน)
จังหวัดลำปาง: มีร่องรอยภูเขาไฟที่ดับแล้วบริเวณเหมืองถ่านหินแม่เมาะ
ดังนั้น เราคนไทยไม่ต้องกังวลเรื่องภูเขาไฟระเบิด แต่สามารถไปเที่ยวชมร่องรอยของภูเขาไฟในอดีตเหล่านี้ได้ครับ
สรุป
ภูเขาไฟมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบก็มีลักษณะเฉพาะตัว ตั้งแต่ แบบกรวยกรวด (เล็กสุด, ชัน), แบบสลับชั้น (สูงใหญ่, ชัน, สวยงาม) ไปจนถึง แบบโล่ (ใหญ่สุด, กว้าง, ไม่ชัน) การทำความเข้าใจภูเขาไฟช่วยให้เราตระหนักถึงพลังของธรรมชาติ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโลกใบนี้อย่างปลอดภัยครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิก
ติดตามครูเฟิร์สใน Facebook Fanpage : ครูเฟิร์ส The Guru First คลิก
พิเศษ!!
สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม
สนใจอยากได้เทคนิคคิดเร็ว เก่งไว เข้าใจง่าย เรียนแบบเน้น ๆ เจาะแนวข้อสอบที่เจอบ่อย เจอแน่!! ขอแนะนำ คอร์สออนไลน์ ของ The Guru First ไม่ว่าจะเป็น คอร์สออนไลน์ หรือ คอร์สสอนสด เลือกเรียนตามความต้องการได้เลยครับ
กำลังมีคำถามอยู่หรือเปล่าครับ ?
References
