สรุปเรื่องไฟฟ้ากระแสตรง V = IR กฎนี้ใช้ยังไงให้ถูก?
👉 สมัครสมาชิก 👈
รับข่าวสาร📢
จาก The Guru First ก่อนใคร
เมื่อเรียนเรื่องไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูตรที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดสูตรหนึ่งคือ V = IR หรือกฎของโอห์ม หลายคนจำสูตรได้ แต่เมื่อเจอวงจรจริงกลับไม่แน่ใจว่า ต้องใช้แรงดันตรงไหน ความต้านทานตัวไหน และควรคำนวณอย่างไร
การใช้กฎของโอห์มให้ถูกจึงไม่ได้อยู่ที่การจำสูตรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง แรงดัน กระแส และความต้านทาน รวมถึงรู้ว่าค่าที่เรากำลังคำนวณนั้นเป็นของส่วนใดในวงจร
บทความนี้จะสรุปพื้นฐานไฟฟ้ากระแสตรง พร้อมอธิบายวิธีใช้ V = IR ให้ถูกต้อง ตั้งแต่การหาค่า V, I และ R ไปจนถึงการวิเคราะห์วงจรอนุกรมและขนาน และจุดที่มักทำให้เราใช้กฎของโอห์มผิด
V = IR
สูตรนี้บอกความสัมพันธ์ระหว่าง แรงดันไฟฟ้า (V), กระแสไฟฟ้า (I) และ ความต้านทาน (R)
- V = Voltage แรงดันไฟฟ้า หน่วยโวลต์ (V)
- I = Current กระแสไฟฟ้า หน่วยแอมแปร์ (A)
- R = Resistance ความต้านทาน หน่วยโอห์ม (Ω)
ถ้ารู้ 2 ค่า ก็หาค่าที่เหลือได้
I = V/R
R = V/I

เลือกอ่านตามหัวข้อ
V = IR ใช้ยังไง?
หลักสำคัญคือ ต้องใช้ V, I และ R ที่อ้างถึงส่วนเดียวกันของวงจร
เช่น แหล่งจ่าย 12 V ต่อกับตัวต้านทาน 6 Ω
ต้องการหากระแส:
I = V/R = 12/6 = 2 A
ดังนั้นกระแสที่ไหลผ่านตัวต้านทานคือ 2 A
ความหมายของสูตรคือ ถ้า R คงที่ แรงดันมากขึ้น กระแสก็จะมากขึ้น และถ้า V คงที่ ความต้านทานมากขึ้น กระแสก็จะลดลง
ถ้ามีตัวต้านทานหลายตัว ต้องระวังเรื่องวงจร
1. ต่ออนุกรม (Series)
กระแสไหลผ่านตัวต้านทานทุกตัวเท่ากัน แต่แรงดันแบ่งกัน
ถ้ามี
R₁ = 2 Ω, R₂ = 4 Ω
ต่อกับแหล่งจ่าย 12 V
ความต้านทานรวมคือ
R_total = 2 + 4 = 6 Ω
จึงมีกระแสรวม
I = 12/6 = 2 A
จากนั้นหาแรงดันตกคร่อมแต่ละตัวได้จาก V = IR
V₁ = 2 × 2 = 4 V
V₂ = 2 × 4 = 8 V
รวมกันได้ 12 V ซึ่งเท่ากับแรงดันของแหล่งจ่าย
2. ต่อขนาน (Parallel)
แรงดันที่คร่อมแต่ละแขนเท่ากัน แต่กระแสจะแบ่งกัน
เช่น ตัวต้านทาน 6 Ω และ 12 Ω ต่อขนานกับแหล่งจ่าย 12 V
กระแสในแขนแรก:
I₁ = 12/6 = 2 A
กระแสในแขนที่สอง:
I₂ = 12/12 = 1 A
ดังนั้นกระแสรวมคือ
I_total = I₁ + I₂ = 3 A

จุดที่มักใช้กฎของโอห์มผิด
อย่าเห็นตัวเลขแล้วรีบใช้ I = V/R ทันที ต้องถามก่อนว่า
- V ที่ใช้คือแรงดันตรงไหน?
- R ที่ใช้คือความต้านทานของส่วนไหน?
- V กับ R เป็นของส่วนเดียวกันหรือไม่?
- ถ้ามีหลายตัว ต้องหาความต้านทานรวมหรือวิเคราะห์วงจรก่อนหรือไม่?
ตัวอย่างเช่น ถ้าวงจรมีตัวต้านทานหลายตัว การเอา แรงดันของแหล่งจ่ายทั้งหมด ไปหารด้วย ตัวต้านทานเพียงตัวเดียว อาจผิดได้ เพราะแรงดันนั้นอาจไม่ได้ตกคร่อมตัวต้านทานตัวนั้นทั้งหมด
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ อุปกรณ์ทุกชนิดไม่ได้มีพฤติกรรมแบบตัวต้านทานโอห์มมิก เช่น ไดโอดมีความสัมพันธ์ระหว่าง V และ I ที่ไม่เป็นเส้นตรง จึงไม่ควรคิดว่าไดโอดมี R คงที่เหมือนตัวต้านทานทั่วไป

สรุป
การใช้กฎของโอห์มให้ถูก ไม่ใช่แค่จำว่า
V = IR
แต่ต้องเข้าใจว่า
V คือแรงดันที่คร่อมส่วนที่เรากำลังวิเคราะห์, I คือกระแสที่ไหลผ่านส่วนนั้น และ R คือความต้านทานของส่วนนั้น
ดังนั้นเวลาเจอโจทย์ ให้ทำตามลำดับง่าย ๆ
ดูวงจร → ระบุ V, I, R ของส่วนที่สนใจ → วิเคราะห์อนุกรม/ขนานถ้ามี → แล้วจึงใช้ V = IR
เมื่อคิดแบบนี้ กฎของโอห์มจะไม่ใช่แค่สูตรที่เอาไว้แทนตัวเลข แต่จะกลายเป็นเครื่องมือสำหรับ “อ่าน” และวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าได้จริงนั่นเองครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
- ไฟฟ้าคืออะไร มีที่มายังไง เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง
- คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ฉบับย่อ เข้าใจง่าย
- แม่เหล็ก สำรวจโลกแห่งแม่เหล็กอันน่าทึ่ง
- ภาพรวมของแรงในวิชาฟิสิกส์
- ประเภทของสาร (ฉบับย่อ เข้าใจง่าย)
- pH ของน้ำ เรียนรู้เรื่องค่าพีเอชแบบง่ายๆ
- ใบไม้และการสังเคราะห์แสง
- พลังงานหมุนเวียน คืออะไร? มีอะไรบ้าง? และสำคัญอย่างไร?
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิก
ติดตามครูเฟิร์สใน Facebook Fanpage : ครูเฟิร์ส The Guru First คลิก
พิเศษ!!
สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม
สนใจอยากได้เทคนิคคิดเร็ว เก่งไว เข้าใจง่าย เรียนแบบเน้น ๆ เจาะแนวข้อสอบที่เจอบ่อย เจอแน่!! ขอแนะนำ คอร์สออนไลน์ ของ The Guru First ไม่ว่าจะเป็น คอร์สออนไลน์ หรือ คอร์สสอนสด เลือกเรียนตามความต้องการได้เลยครับ
