ไขความลับ เรื่องการมองเห็นสีของมนุษย์

👉 สมัครสมาชิก 👈

รับข่าวสาร📢
จาก The Guru First ก่อนใคร

ลงชื่อ อีเมล สมัครสมาชิก TGF

เคยสงสัยไหมว่าเรามองเห็นสีต่าง ๆ ได้อย่างไร? ไม่ว่าจะเป็นสีแดงของแอปเปิล, สีฟ้าของท้องฟ้า, หรือสีเขียวของใบไม้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยอวัยวะที่น่าทึ่งในร่างกายของเรา นั่นก็คือ ดวงตา นั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จอประสาทตา (retina) ที่เปรียบเสมือนฉากรับภาพด้านหลังลูกตาของเรา ซึ่งเต็มไปด้วยเซลล์รับแสงชนิดพิเศษ 2 ชนิด ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน คือ เซลล์รูปกรวย (cones) และ เซลล์รูปแท่ง (rods)


การมองเห็นสีของมนุษย์

เซลล์รูปกรวย (Cones) คืออะไร? (What are Cones?)

เซลล์รูปกรวย เป็นเซลล์รับแสงชนิดหนึ่งที่อยู่ในจอประสาทตา มีรูปร่างคล้ายกรวยตามชื่อเลย เซลล์ชนิดนี้มีจำนวนประมาณ 6-7 ล้านเซลล์ และจะทำงานได้ดีใน สภาพแสงสว่าง ✨ การมองเห็นในสภาวะนี้เรียกว่า Photopic vision และมีหน้าที่สำคัญที่สุดในการ มองเห็นสี (color vision)

Cones มี 3 ประเภท (three types) คือ

  1. L-cones — sensitive ต่อแสงที่มีความยาวคลื่น (wavelength) ยาว (long) — สีแดง-แดง (แดง/แดง-ส้ม)
  2. M-cones — sensitive ต่อแสงความยาวคลื่นกลาง (medium) — สีเขียว-เหลือง
  3. S-cones — sensitive ต่อแสงความยาวคลื่นสั้น (short) — สีฟ้า-ม่วง

หน้าที่หลักของเซลล์รูปกรวย (Main Functions of Cones)

  1. การมองเห็นสี (Color Perception): เซลล์รูปกรวยมี 3 ชนิด แต่ละชนิดจะไวต่อแสงในช่วงความยาวคลื่นที่แตกต่างกัน ได้แก่ แสงสีแดง (red), แสงสีเขียว (green), และแสงสีน้ำเงิน (blue) เมื่อแสงจากวัตถุตกกระทบเซลล์เหล่านี้ สมองของเราจะนำข้อมูลที่ได้มาผสมกัน ทำให้เราสามารถมองเห็นสีสันที่หลากหลายได้นับล้านสี 🌈
  2. การมองเห็นในรายละเอียด (Detailed Vision): เซลล์รูปกรวยมีความหนาแน่นสูงในบริเวณตรงกลางของจอประสาทตา หรือที่เรียกว่า จุดรับภาพชัด (fovea) ซึ่งเป็นบริเวณที่เราใช้มองภาพในรายละเอียด เช่น การอ่านหนังสือ การดูหน้าคน หรือการจ้องมองสิ่งของขนาดเล็ก

เซลล์รูปแท่ง (Rods) คืออะไร? (What are Rods?)

เซลล์รูปแท่ง เป็นเซลล์รับแสงอีกชนิดหนึ่ง มีรูปร่างคล้ายแท่งยาว ๆ เซลล์ชนิดนี้มีจำนวนมากกว่าเซลล์รูปกรวยมาก โดยมีประมาณ 90-120 ล้านเซลล์ และจะไวต่อแสงมากกว่าเซลล์รูปกรวยหลายเท่าตัว จึงทำงานได้ดีใน สภาพแสงน้อยหรือในที่มืด 🌑 การมองเห็นในสภาวะนี้เรียกว่า Scotopic vision

หน้าที่หลักของเซลล์รูปแท่ง (Main Functions of Rods)

  1. การมองเห็นในที่มืด (Night Vision): เนื่องจากเซลล์รูปแท่งมีความไวต่อแสงสูงมาก ทำให้เรายังพอจะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้แม้ในที่ที่มีแสงสลัว ๆ
  2. การมองเห็นรูปร่างและการเคลื่อนไหว (Shape and Motion Perception): เซลล์รูปแท่งไม่ได้ช่วยในการมองเห็นสี แต่จะช่วยให้เรามองเห็นรูปร่าง การเคลื่อนไหว และเงาของวัตถุต่าง ๆ ได้ในที่มืด นั่นคือเหตุผลที่เรามักใช้หางตาในการมองหาสิ่งของในความมืด เพราะเซลล์รูปแท่งกระจุกตัวอยู่บริเวณ รอบนอก (periphery) ของจอประสาทตา
Photoreceptor cell

ภาพแสดงโครงสร้างของดวงตาและเซลล์รับแสง (Photoreceptor cell) ที่อยู่ในจอประสาทตา (Retina) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • Retina (จอประสาทตา): เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านหลังของดวงตา ทำหน้าที่รับแสงและเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังสมอง
  • Fovea (โฟเวีย): เป็นส่วนเล็กๆ ในจอประสาทตาที่มีความหนาแน่นของเซลล์รับแสงชนิด Cone cell (เซลล์รูปกรวย) สูง ทำให้เป็นบริเวณที่มองเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด
  • Blind spot (จุดบอด): เป็นบริเวณที่เส้นประสาทตาออกจากดวงตา ซึ่งไม่มีเซลล์รับแสงอยู่ ทำให้เป็นจุดที่ไม่สามารถรับภาพได้
  • Photoreceptor cell (เซลล์รับแสง): เซลล์ที่อยู่ในจอประสาทตา ทำหน้าที่รับแสง มี 2 ชนิดหลักคือ:
    • Cone cell (เซลล์รูปกรวย): ทำหน้าที่รับแสงสีและให้การมองเห็นที่คมชัดในสภาพแสงจ้า มี 3 ชนิดที่ตอบสนองต่อแสงสีแดง เขียว และน้ำเงิน
    • Rod cell (เซลล์รูปแท่ง): ทำหน้าที่รับแสงในสภาพแสงน้อย ทำให้มองเห็นในที่มืดได้ดี แต่ไม่สามารถแยกแยะสีได้

เปรียบเทียบ เซลล์รูปกรวย (Cones) กับ เซลล์รูปแท่ง (Rods)

คุณสมบัติ (Feature)เซลล์รูปกรวย (Cones)เซลล์รูปแท่ง (Rods)
สภาวะแสงที่ทำงานดี (Best in light condition)แสงจ้า / กลางแจ้ง /มีแสงเพียงพอ (bright or daylight)แสงน้อย / กลางคืน (dim or night)
มองเห็นสี (Color vision)ได้ (สามารถแยกสี)ไม่ได้ (เห็นเป็นสีเทาหรือเฉดเทา)
จำนวน (Number)ประมาณ 6 ล้านต่อข้าง (per eye)ประมาณ 100-120 ล้านต่อข้าง
การรับรูกรายละเอียด (Visual acuity)สูง (ดีที่ส่วนกลาง)ต่ำกว่า (ไม่เน้นรายละเอียด)
ความไวต่อแสง (Sensitivity)ต้องการแสงมากกว่าให้สัญญาณแม้มีแสงน้อยมาก

เมื่อเกิดความผิดปกติ… ตาบอดสี (When Something Goes Wrong… Color Blindness)

หากเซลล์รูปกรวยชนิดใดชนิดหนึ่งทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย ก็จะทำให้เกิด ภาวะตาบอดสี (color blindness) ซึ่งเป็นภาวะที่ดวงตาไม่สามารถแยกแยะสีบางสีออกจากกันได้ เช่น ตาบอดสีแดง-เขียว เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยคนที่มีภาวะนี้จะแยกสีแดงและสีเขียวได้ยาก


สรุป (Conclusion)

เซลล์รูปกรวย และ เซลล์รูปแท่ง ทำงานร่วมกันเพื่อให้เรามองเห็นโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสภาพแสง เซลล์รูปกรวยรับผิดชอบการมองเห็นสีและรายละเอียดในที่สว่าง ในขณะที่เซลล์รูปแท่งช่วยให้เรามองเห็นรูปร่างในที่มืด ทั้งสองชนิดเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราได้สัมผัสกับความสวยงามของสีสันในโลกใบนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์


แหล่งอ้างอิง (References)

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิก

ติดตามครูเฟิร์สใน Facebook Fanpage : ครูเฟิร์ส The Guru First คลิก

พิเศษ!!

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม

สนใจอยากได้เทคนิคคิดเร็ว เก่งไว เข้าใจง่าย เรียนแบบเน้น ๆ เจาะแนวข้อสอบที่เจอบ่อย เจอแน่!! ขอแนะนำ คอร์สออนไลน์ ของ The Guru First ไม่ว่าจะเป็น คอร์สออนไลน์ หรือ คอร์สสอนสด เลือกเรียนตามความต้องการได้เลยครับ

กำลังมีคำถามอยู่หรือเปล่าครับ ?

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *