ส่วนประกอบของเลือด มีอะไรบ้าง?

👉 สมัครสมาชิก 👈

รับข่าวสาร📢
จาก The Guru First ก่อนใคร

ลงชื่อ อีเมล สมัครสมาชิก TGF

เลือด (blood) เป็นของเหลวสำคัญที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเรา ทำหน้าที่เหมือน “ระบบขนส่ง” คอยนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย และนำของเสียกลับไปกำจัดทิ้ง นอกจากนี้ เลือดยังช่วยป้องกันการติดเชื้อ หยุดเลือดเมื่อเกิดบาดแผล และควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้สมดุล ถ้าขาดเลือด ร่างกายก็จะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และในวันนี้เราจะพาไปรู้จักส่วนประกอบของเลือดกันครับ

ส่วนประกอบของเลือด

ส่วนประกอบของเลือด

เซลล์เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells)

เซลล์เม็ดเลือดแดงหรือ RBCs (red blood cells) รับหน้าที่พาออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย และพาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาที่ปอดเพื่อหายใจออก (ส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) มีโปรตีนชื่อฮีโมโกลบินภายใน ทำให้เลือดมีสีแดงและช่วยจับออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ รูปร่างมีลักษณะแผ่นกลมเว้า — เหมือนโดนัท แต่ไม่มีรูตรงกลาง ทำให้ยืดหยุ่นผ่านเส้นเลือดเล็ก ๆ ได้ง่าย

อายุของเซลล์เม็ดเลือดแดงประมาณ 120 วัน แล้วถูกสร้างใหม่ในไขกระดูก


เกล็ดเลือด (Platelets)

เกล็ดเลือด (platelets หรือ thrombocytes) ไม่ใช่เซลล์เต็มรูปแบบ แต่เป็นเศษเซลล์เล็ก ๆ ที่มีหน้าที่หยุดเลือดเมื่อตำแหน่งที่เป็นบาดแผล มีบทบาทสำคัญในการแข็งตัวของเลือด (blood clot) เพื่อหยุดเลือดไม่ให้ไหลออกมากเกินไปเมื่อเกิดบาดแผล เกล็ดเลือดจะจับกันและสร้างตาข่ายให้เลือดจับตัวเป็นก้อน กระตุ้นการซ่อมแซมร่างกายได้เร็วขึ้น เกล็ดเลือดมีส่วนร่วมกับภูมิคุ้มกัน โดยช่วยจับและทำลายเชื้อโรคในบางกรณี

นี่คือวิดิโอที่แสดงให้เห็นภาพการทำงานของเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด


เซลล์เม็ดเลือดขาว (White Blood Cells)

เซลล์เม็ดเลือดขาว (WBCs หรือ leukocytes) คือกองทัพป้องกันร่างกาย ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค เมื่อมีเชื้อเข้ามา เซลล์เหล่านี้จะไปกินหรือสร้างสารโจมตีเชื้อโรคให้หายไป มีหลายประเภท เช่น นิวโทรฟิล (neutrophils), ลิมโฟไลต์ (lymphocytes: T-cells, B-cells), โมโนไซต์ (monocytes), อีโอซิโนฟิล (eosinophils), และเบโซฟิล (basophils) แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะ เช่น ทำลายแบคทีเรีย, สร้างแอนติบอดี, หรือจัดการกับสิ่งแปลกปลอม

เซลล์เม็ดเลือดขาวอยู่ในเลือดเพียงส่วนน้อย แต่เมื่อร่างกายมีการติดเชื้อ ร่างกายจะสร้างเพิ่มเพื่อสู้กับเชื้อ

นี่คือวิดิโอที่แสดงการจับกิน MRSA โดยเซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ ซึ่ง MRSA เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง อาจเกิดขึ้นที่ผิวหนังแล้วพัฒนาเป็นฝี หนอง หรืออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและอวัยวะภายใน เช่น ปอด กระดูก และข้อต่อ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้


พลาสมา (Plasma)

พลาสมา (plasma) คือส่วนของเหลวในเลือด มีลักษณะเหลืองใส เป็นน้ำมากกว่า 90% และมีโปรตีน ฮอร์โมน สารอาหาร และของเสียที่ละลายอยู่ ช่วยส่งสารต่าง ๆ ไปทั่วร่างกาย และชำระล้างของเสียผ่านไตและตับ พลาสมาช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย และเป็นตัวนำสารสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ เช่น แอนติบอดี

ในทางการแพทย์ สามารถแยกพลาสมาในเลือด (plasmapheresis) เพื่อใช้ช่วยผู้ที่สูญเสียของเหลวมาก หรือให้ผู้บริจาค สามารถบริจาคพลาสมาได้


หลอดเลือดและการไหลเวียนของเลือด (Blood Vessels & Circulation)

เลือดไหลอยู่ในระบบหลอดเลือดที่มีหัวใจเป็นปั๊มหลัก เลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายผ่าน หลอดเลือดแดง ( arteries ), หลอดเลือดฝอย ( capillaries ), และหลอดเลือดดำ ( veins ) ส่งสารที่ร่างกายต้องการ และเอาสารที่ไม่ต้องการกลับไปขับทิ้ง ระบบนี้ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ทำให้เราอุ่นและรักษาระดับความอบอุ่นได้


การสร้างเลือด (Hematopoiesis)

เลือดทั้งหมด คือเซลล์เม็ดเลือดแดง ขาว และเกล็ดเลือด สร้างจากต้นกำเนิดที่เรียกว่า stem cells ในไขกระดูกผ่านกระบวนการ hematopoiesis (การสร้างเซลล์เลือด) เมื่อโตเต็มที่แล้วจะเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อทำหน้าที่ของตน

อวัยวะอื่นที่ช่วยในการกำจัดหรือควบคุมเซลล์เลือด เช่น ม้าม, ต่อมน้ำเหลือง, และตับ ก็มีบทบาทในการช่วยให้ระบบเลือดทำงานอย่างสมดุล


การบริจาคโลหิต (Blood Donation)

การบริจาคโลหิตคือการสละเลือดบางส่วนจากร่างกายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่ต้องการ เช่น ผู้ป่วยที่เสียเลือดมากจากอุบัติเหตุ ผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัด หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับเลือดบางชนิด การบริจาคโลหิตช่วยต่อชีวิตและเพิ่มโอกาสรอดของผู้ป่วยหลายคนในแต่ละวัน

ผู้บริจาคจะได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น วัดความดัน ตรวจระดับฮีโมโกลบิน เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ ปกติร่างกายจะสร้างเลือดที่บริจาคไปกลับคืนได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ทำให้ไม่กระทบสุขภาพของผู้บริจาคในระยะยาว

การบริจาคโลหิตยังมีประโยชน์ทางอ้อมต่อผู้บริจาค เช่น การกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเลือดใหม่ ตรวจสุขภาพฟรีก่อนบริจาค และเป็นการสร้างจิตสำนึกการช่วยเหลือสังคม การบริจาคแต่ละครั้งสามารถช่วยผู้ป่วยได้หลายคน เพราะเลือดที่บริจาคจะถูกแยกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น พลาสมา เกล็ดเลือด และเซลล์เม็ดเลือดแดง เพื่อใช้รักษาตามอาการของผู้ป่วยที่แตกต่างกัน


สรุป

เลือดประกอบด้วยส่วนหลัก 4 ส่วน ดังนี้ เซลล์เม็ดเลือดแดง (พาออกซิเจน), เซลล์เม็ดเลือดขาว (ปกป้องร่างกาย), เกล็ดเลือด (ช่วยหยุดเลือด), และพลาสมา (รองรับการส่งสารและรักษาสมดุลให้ร่างกาย) ส่วนประกอบของเลือดแต่ละชนิดทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เมื่อเราเข้าใจเลือด เราก็จะรู้จักวิธีดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น ทั้งการกินอาหารที่บำรุงเลือด การพักผ่อนให้เพียงพอ และการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นตามโอกาสที่เหมาะสมครับ

แหล่งอ้างอิง (Websites)

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิก

ติดตามครูเฟิร์สใน Facebook Fanpage : ครูเฟิร์ส The Guru First คลิก

พิเศษ!!

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม

สนใจอยากได้เทคนิคคิดเร็ว เก่งไว เข้าใจง่าย เรียนแบบเน้น ๆ เจาะแนวข้อสอบที่เจอบ่อย เจอแน่!! ขอแนะนำ คอร์สออนไลน์ ของ The Guru First ไม่ว่าจะเป็น คอร์สออนไลน์ หรือ คอร์สสอนสด เลือกเรียนตามความต้องการได้เลยครับ

กำลังมีคำถามอยู่หรือเปล่าครับ ?

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *