วิธีจดสรุปแบบ Cornell (จดง่าย กลับมาอ่านก็เข้าใจ)
👉 สมัครสมาชิก 👈
รับข่าวสาร📢
จาก The Guru First ก่อนใคร
เคยมั้ยครับ? ตั้งใจจดทุกคำที่ครูสอน แต่พอเปิดกลับมาอ่านกลับไม่รู้ว่าจุดสำคัญอยู่ตรงไหน หรือบางครั้งจดจนเต็มหน้ากระดาษ แต่สุดท้ายก็จำเนื้อหาไม่ได้
ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ด้วย Cornell Note-taking System หรือ การจดบันทึกแบบคอร์เนลล์ วิธีจดโน้ตที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะช่วยให้ จดเป็นระเบียบ ทบทวนง่าย และจำได้นานขึ้น
บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีจดแบบ Cornell พร้อมตัวอย่างที่นำไปใช้ได้ทันที

เลือกอ่านตามหัวข้อ
Cornell Note-taking คืออะไร?
Cornell Note-taking เป็นเทคนิคการจดบันทึกที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย Cornell ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแบ่งหน้ากระดาษออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อช่วยให้การเรียนและการทบทวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แทนที่จะเขียนทุกอย่างลงไปแบบต่อเนื่อง วิธีนี้จะช่วยจัดระเบียบความคิด ทำให้ค้นหาข้อมูลสำคัญได้ง่าย และช่วยให้จำเนื้อหาได้ดีกว่าเดิม
วิธีแบ่งหน้ากระดาษแบบ Cornell
ให้แบ่งกระดาษออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. ช่องบันทึก (Notes)
อยู่ด้านขวาของกระดาษ เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุด
ใช้สำหรับจด
- สิ่งที่ครูสอน
- เนื้อหาสำคัญ
- สูตร
- ตัวอย่าง
- แผนภาพ
เคล็ดลับ
- จดเป็นหัวข้อ
- ใช้ Bullet Point
- ใช้ลูกศรหรือสัญลักษณ์
- ไม่จำเป็นต้องเขียนทุกคำ
2. ช่องคำสำคัญ (Cue Column)
อยู่ด้านซ้ายของกระดาษ
หลังจากเรียนเสร็จแล้ว ให้เขียน
- คำสำคัญ (Keywords)
- คำถาม
- สูตร
- คำศัพท์
- ประเด็นสำคัญ
เมื่อทบทวน ให้ปิดช่อง Notes แล้วดูเฉพาะคำถามหรือคำสำคัญ จากนั้นลองตอบด้วยตนเอง
วิธีนี้ถือเป็นการฝึก Active Recall ซึ่งช่วยให้จำได้แม่นยำกว่าการอ่านซ้ำเพียงอย่างเดียว
3. ช่องสรุป (Summary)
อยู่ด้านล่างสุดของหน้า
ใช้เขียนสรุปบทเรียนทั้งหมดภายใน 3–5 บรรทัด
ตัวอย่าง
“การสังเคราะห์ด้วยแสงคือกระบวนการที่พืชใช้แสงอาทิตย์ น้ำ และคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างอาหารและปล่อยออกซิเจน”
การเขียนสรุปด้วยภาษาของตัวเอง จะช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้ลึกยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง Cornell Note
วิชาวิทยาศาสตร์
ช่อง Notes
- พืชสร้างอาหารเองได้
- ใช้แสงอาทิตย์
- ใช้น้ำ
- ใช้คาร์บอนไดออกไซด์
- ได้กลูโคส
- ปล่อยออกซิเจน
ช่อง Cue
- การสังเคราะห์ด้วยแสงคืออะไร?
- วัตถุดิบมีอะไรบ้าง?
- ผลลัพธ์คืออะไร?
ช่อง Summary
การสังเคราะห์ด้วยแสงคือกระบวนการที่พืชสร้างอาหารโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ พร้อมปล่อยออกซิเจนออกสู่บรรยากาศ
ทำไม Cornell Note ถึงช่วยให้จำได้ดี? 🧠
เพราะไม่ได้เป็นเพียงการ “จด”
แต่ช่วยให้สมองได้ทำงานหลายขั้นตอน ได้แก่
- ฟังและจับใจความ
- เรียบเรียงข้อมูล
- คิดคำถาม
- สรุปด้วยภาษาของตัวเอง
- ทบทวนด้วยการตอบคำถาม
ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความเข้าใจที่ลึกกว่า และทำให้จำเนื้อหาได้นานขึ้น

ข้อดีของ Cornell Note
✅ จดเป็นระเบียบ
✅ หาเนื้อหาสำคัญได้ง่าย
✅ ทบทวนได้รวดเร็ว
✅ เหมาะกับทุกวิชา
✅ ช่วยฝึกการคิดวิเคราะห์
✅ ใช้เตรียมสอบได้ดี
✅ ลดเวลาอ่านหนังสือก่อนสอบ
Cornell Note เหมาะกับวิชาอะไรบ้าง?
สามารถใช้ได้แทบทุกวิชา เช่น
- คณิตศาสตร์
- วิทยาศาสตร์
- ภาษาไทย
- ภาษาอังกฤษ
- สังคมศึกษา
- ประวัติศาสตร์
- ชีววิทยา
- ฟิสิกส์
- เคมี
แม้แต่การประชุม การอบรม หรือการอ่านหนังสือทั่วไป ก็สามารถใช้รูปแบบนี้ได้เช่นกัน
เทคนิคใช้ Cornell Note ให้ได้ผลดีที่สุด 💡
- จดเฉพาะใจความสำคัญ ไม่ต้องเขียนทุกคำ
- ใช้สีช่วยแยกหัวข้อ
- เติมคำสำคัญหลังเรียนเสร็จ
- เขียนสรุปทุกครั้ง
- ทบทวนภายใน 24 ชั่วโมง
- ปิดช่อง Notes แล้วตอบจากช่อง Cue เพื่อฝึก Active Recall
- ทบทวนซ้ำตามหลัก Spaced Repetition เพื่อช่วยให้จำได้นานยิ่งขึ้น
สรุป
การจดโน้ตที่ดี ไม่ใช่การเขียนให้เยอะที่สุด แต่คือการจัดระเบียบข้อมูลให้เข้าใจง่ายและนำกลับมาใช้ได้จริง
Cornell Note-taking เป็นเทคนิคที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้การเรียนเป็นระบบ ทบทวนได้รวดเร็ว และจำบทเรียนได้นานขึ้น หากฝึกใช้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดเวลาอ่านหนังสือก่อนสอบ และทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ลองเริ่มใช้ Cornell Note ตั้งแต่คาบเรียนถัดไป แล้วอาจพบว่า “การจดโน้ตที่ดี” เปลี่ยนผลการเรียนได้จริงครับ ^^
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิก
ติดตามครูเฟิร์สใน Facebook Fanpage : ครูเฟิร์ส The Guru First คลิก
พิเศษ!!
สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม
สนใจอยากได้เทคนิคคิดเร็ว เก่งไว เข้าใจง่าย เรียนแบบเน้น ๆ เจาะแนวข้อสอบที่เจอบ่อย เจอแน่!! ขอแนะนำ คอร์สออนไลน์ ของ The Guru First ไม่ว่าจะเป็น คอร์สออนไลน์ หรือ คอร์สสอนสด เลือกเรียนตามความต้องการได้เลยครับ
