/ / เรื่องเล่า 2 …. หน้าที่
|

เรื่องเล่า 2 …. หน้าที่

👉 สมัครสมาชิก 👈

รับข่าวสาร📢
จาก The Guru First ก่อนใคร

เรื่องเล่า 2 …. หน้าที่

เรามีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ว่าเส้นทางชีวิตที่ถูกกำหนดไว้ บ้างก็มีคนกำหนดให้ บ้างก็กำหนดเอง ลองคิดถึงสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ ณ ขณะนี้ หากลองย้อนคิดทบทวนว่า ทำไมเรายืนจุดที่เราเป็นอยู่ บทบาทในสังคม เราอาจจะเป็น นักเรียน คนขายของ เจ้าของธุรกิจอะไรบ้างอย่าง หมอ วิศวกร นักบัญชี ทนาย ทหาร ตำรวจ
และอะไรอื่นๆ อีกมากมาย อะไรกันเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และทำหน้าที่เป็นอย่างไร ?

สิ่งที่เราเป็นอยู่ อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับสิ่งที่เราคิดไว้ตั้งแต่เด็ก หรือพอโตขึ้นเราก็มีความคิดแตกต่างไปจากเดิม สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ ตอนนี้ เราพอใจกับปัจจุบันหรือไม่ หรือเราจำเป็นต้องทนอยู่ เราทำหน้าที่เต็มที่แล้วหรือยัง หรือเราทำแค่เพียงผ่านๆ พอมีรายได้เลี้ยงตัวเอง

ตอนที่ เฟิร์สทำงานเป็นวิศวกร ที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง ชื่อ คม น่าจะอายุไล่เลี่ยกัน หรือแก่กว่ากันไม่กี่ปี เป็นคนยิ้มแย้มและอารมณ์ดีทำงานที่ตนเองรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ช่วงเย็นๆ ก็จะไปเตะฟุตบอลกับข้าราชการ ที่สนามไทยญี่ปุ่น – ดินแดนทุกวัน จึงเป็นที่รู้จักกันของข้าราชการทั่วไป

หลังจากที่ เฟิร์สได้ลาออกจากข้าราชการและมาเปิดโรงเรียนกวดวิชา บางครั้งก็มีโอกาสได้กลับไปหาเพื่อนๆ ที่ทำงานเดิม และยังได้เจอ คม ทำงานที่ใต้ตึกสำนักการโยธา เหมือนเดิม จึงได้เข้าไปพูดคุยกัน สิ่งที่เห็นคือแววตาที่ตั้งใจทำงานเหมือนเดิม วันนั้น คมได้บอกว่าวันนี้เป็นวันที่ยุ่งเพราะมีการประชุมใหญ่ จะมีรถเข้ามาจอดมาก (ตอนนั้นตึกใหม่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครที่ดินแดง กำลังก่อสร้างทำให้ที่จอดรถไม่เพียงพอ) เขาจะต้องรีบจัดระบบและจัดที่จอดรถให้เพียงพอกับผู้เข้าร่วมประชุม สิ่งที่มองเห็นในสีหน้า และแววตาของคม คือการที่เขามองว่านี้ เป็นความรับผิดชอบที่สำคัญมากสำหรับเขา ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าประชุม (สำหรับคนขับรถในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ ก็คงรู้อยู่เต็มอกว่าการหาที่จอดรถไม่ใช้เรื่องง่ายๆ วนอยู่หลายเที่ยว เป็นครึ่งชั่วโมง ยังไม่มีที่จอดเลย)

สิ่งที่ เฟิร์สรู้สึกได้ ณ ตอนนั้นคือ คม โคตรเทห์เลย !!!

มีคนเคยพูดไว้ว่า งานไม่ว่าอาชีพอะไรหรือตำแหน่งอะไร มีความสำคัญทั้งนั้น เปรียบได้เหมือนกับเฟืองในเครื่องยนต์ ไม่สำคัญว่าเฟืองตัวไหนจะใหญ่หรือจะเล็ก แต่ลองขาดเฟืองไปสักชิ้น เครื่องยนต์ย่อมทำงานไม่ได้ เฟืองตัวใหญ่อาจจะบอกกับเจ้าเฟืองตัวเล็กว่า ข้าเฟืองใหญ่กว่าหาอะไหล่ยากกว่า แพงกว่า เจ้าเฟืองตัวเล็ก แต่สิ่งที่เฟืองตัวใหญ่ลืมนึกไปคือ ไม่ว่าจะ เฟืองใหญ่หรือเฟืองเล็ก ย่อมสามารถหาอะไหล่มาเปลี่ยนได้เสมอ ดังนั้น ทุกเฟืองย่อมมีความสำคัญเท่ากันไม่ว่าจะมีรูปร่างหรือขนาดเป็นอย่างไร

ถึงตรงนี้ทำให้เราคงต้องย้อนกลับมาดูตัวเองว่า เราได้ปฎิบัติหน้าที่การงานเต็มกำลังความสามารถแล้วหรือยัง เพราะไม่ว่าเราตำแหน่งไหน เราก็คือส่วนสำคัญขององค์กร และถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับองค์กร เราก็สามารถถูกเปลี่ยนได้เช่นเดียวกันกับเฟือง และนั้นคงไม่ใช้สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น ใช่ไหมครับ

“เราคือส่วนสำคัญขององค์กร”

พิเศษ!!

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม

สนใจอยากได้เทคนิคคิดเร็ว เก่งไว เข้าใจง่าย เรียนแบบเน้น ๆ เจาะแนวข้อสอบที่เจอบ่อย เจอแน่!! ขอแนะนำ คอร์สออนไลน์ ของ The Guru First ไม่ว่าจะเป็น คอร์สออนไลน์ หรือ คอร์สสอนสด เลือกเรียนตามความต้องการได้เลยครับ

กำลังมีคำถามอยู่หรือเปล่าครับ ?