เลนส์นูน เลนส์เว้า สรุปการเกิดภาพครบทุกระยะ

👉 สมัครสมาชิก 👈

รับข่าวสาร📢
จาก The Guru First ก่อนใคร

ลงชื่อ อีเมล สมัครสมาชิก TGF

เลนส์นูนและเลนส์เว้าเป็นเนื้อหาสำคัญในวิชาวิทยาศาสตร์ เพราะเกี่ยวข้องกับการหักเหของแสงและการเกิดภาพ ซึ่งมักพบในข้อสอบอยู่เสมอ

สิ่งที่ต้องรู้มี 3 อย่าง ได้แก่ ชนิดของเลนส์ ตำแหน่งภาพ และลักษณะของภาพ เมื่อเข้าใจหลักการเหล่านี้แล้ว เราจะสามารถวิเคราะห์การเกิดภาพได้ง่ายขึ้น

เลนส์นูนและเลนส์เว้าต่างกันอย่างไร?

เลนส์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่

เลนส์นูน (Convex Lens)

เลนส์นูนมีลักษณะตรงกลางหนากว่าขอบ เมื่อแสงขนานผ่านเลนส์ แสงจะหักเหเข้าหากัน จึงเรียกว่า เลนส์รวมแสง

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ แว่นขยาย กล้องถ่ายภาพ และกล้องจุลทรรศน์บางชนิด

เลนส์เว้า (Concave Lens)

เลนส์เว้ามีลักษณะตรงกลางบางกว่าขอบ เมื่อแสงขนานผ่านเลนส์ แสงจะหักเหแยกออกจากกัน จึงเรียกว่า เลนส์กระจายแสง

ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ แว่นสายตาสำหรับผู้มีภาวะสายตาสั้น

เลนส์นูนและเลนส์เว้า ต่างกันยังไง

รู้จักจุดโฟกัสและตำแหน่ง 2F

ก่อนศึกษาการเกิดภาพ ควรรู้จักสัญลักษณ์สำคัญ 2 ตัว

  • F (จุดโฟกัส): จุดอ้างอิงที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเลนส์เท่ากับระยะโฟกัส
  • 2F: ตำแหน่งที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเลนส์เป็น 2 เท่าของระยะโฟกัส

สำหรับเลนส์นูน จุดโฟกัสเป็นตำแหน่งที่แสงขนานรวมกันหลังผ่านเลนส์ ส่วนเลนส์เว้า จุดโฟกัสเป็นตำแหน่งที่แนวต่อย้อนหลังของแสงหักเหดูเหมือนแผ่ออกมาจากจุดนั้น

นอกจากนี้ ยังต้องเข้าใจลักษณะของภาพ 2 ประเภท

  • ภาพจริง: เกิดจากแสงจริงมาบรรจบกัน สามารถรับภาพบนฉากได้ และในกรณีวัตถุจริงของเลนส์บาง ภาพจะกลับหัว
  • ภาพเสมือน: เกิดจากแนวต่อย้อนหลังของแสงมาบรรจบกัน ไม่สามารถรับภาพบนฉากโดยตรงได้ และภาพจากวัตถุจริงในกรณีที่ศึกษาทั่วไปจะเป็นภาพหัวตั้ง

เครื่องมือเสริมความรู้เรื่องเลนส์

ด้านล่างนี้คือเครื่องมือจากเว็บไซต์ https://phet.colorado.edu/en/simulations/geometric-optics

เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องเลนส์มากยิ่งขึ้น โดยเราสามารถลากวัตถุ หรือปรับเปลี่ยนเป็นเลนส์นูน เลนส์เว้าได้ แล้วดูสิ่งที่ปรากฏครับ

เลนส์นูน: การเกิดภาพครบทุกระยะ

เลนส์นูนสามารถให้ภาพได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับว่าวัตถุอยู่ห่างจากเลนส์เท่าใด

ตำแหน่งวัตถุตำแหน่งภาพลักษณะภาพ
อยู่ไกลมากที่จุดโฟกัสอีกด้านของเลนส์ภาพจริง กลับหัว และเล็กมาก
อยู่เลย 2Fระหว่าง F กับ 2F อีกด้านของเลนส์ภาพจริง กลับหัว และเล็กกว่าวัตถุ
อยู่ที่ 2Fที่ 2F อีกด้านของเลนส์ภาพจริง กลับหัว และขนาดเท่าวัตถุ
อยู่ระหว่าง F กับ 2Fเลย 2F อีกด้านของเลนส์ภาพจริง กลับหัว และใหญ่กว่าวัตถุ
อยู่ที่ Fที่ระยะอนันต์ในแบบจำลองอุดมคติแสงหลังผ่านเลนส์ขนานกัน จึงไม่เกิดภาพที่ระยะจำกัด
อยู่ระหว่างเลนส์กับ Fด้านเดียวกับวัตถุภาพเสมือน หัวตั้ง และใหญ่กว่าวัตถุ

เทคนิคจำเลนส์นูน

  • วัตถุอยู่นอกจุดโฟกัส จะได้ภาพจริงกลับหัว ยกเว้นเมื่อวัตถุอยู่ที่ F พอดี
  • วัตถุอยู่ที่ 2F จะได้ภาพขนาดเท่าวัตถุ
  • วัตถุอยู่ระหว่าง F กับ 2F จะได้ภาพใหญ่กว่าวัตถุ
  • วัตถุอยู่ระหว่างเลนส์กับ F จะได้ภาพเสมือนหัวตั้งและใหญ่กว่าวัตถุ

ข้อควรจำ: เลนส์นูนไม่ได้ให้ภาพใหญ่เสมอไป เพราะภาพอาจมีขนาดเล็ก เท่ากับวัตถุ หรือใหญ่กว่าวัตถุได้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของวัตถุ

เลนส์เว้า: การเกิดภาพครบทุกระยะ

เลนส์เว้าทำให้แสงแยกออกจากกัน ดังนั้น เมื่อวางวัตถุจริงไว้หน้าเลนส์ ภาพที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเหมือนกันทุกระยะ ได้แก่ ภาพเสมือน หัวตั้ง และเล็กกว่าวัตถุ

สิ่งที่เปลี่ยนไปตามระยะวัตถุ คือ ตำแหน่งและขนาดของภาพ

ตำแหน่งวัตถุตำแหน่งภาพลักษณะภาพ
อยู่ไกลมากใกล้จุดโฟกัสด้านเดียวกับวัตถุภาพเสมือน หัวตั้ง และเล็กมาก
อยู่ห่างจากเลนส์ระหว่างเลนส์กับ F ด้านเดียวกับวัตถุภาพเสมือน หัวตั้ง และเล็กกว่าวัตถุ
อยู่ใกล้เลนส์ระหว่างเลนส์กับ F และใกล้เลนส์มากขึ้นภาพเสมือน หัวตั้ง และเล็กกว่าวัตถุ

เทคนิคจำเลนส์เว้า

  • ไม่ว่าวัตถุจริงจะอยู่ใกล้หรือไกลเลนส์เว้า ภาพจะเป็นภาพเสมือน หัวตั้ง และเล็กกว่าวัตถุเสมอ
  • หากวัตถุอยู่ไกลมาก ภาพจะเข้าใกล้จุดโฟกัส แต่หากวัตถุเข้าใกล้เลนส์ ภาพก็จะเข้าใกล้เลนส์และมีขนาดใกล้เคียงกับวัตถุมากขึ้น

ตารางเปรียบเทียบเลนส์นูนกับเลนส์เว้า

หัวข้อเลนส์นูนเลนส์เว้า
ความหนาตรงกลางหนากว่าขอบตรงกลางบางกว่าขอบ
ผลต่อแสงขนานรวมแสงกระจายแสง
ชนิดภาพจากวัตถุจริงภาพจริงหรือภาพเสมือนภาพเสมือน
ลักษณะภาพเปลี่ยนตามระยะวัตถุหัวตั้งและเล็กกว่าวัตถุ
ตำแหน่งภาพอาจอยู่คนละด้านหรือด้านเดียวกับวัตถุด้านเดียวกับวัตถุ
ตัวอย่างการใช้งานแว่นขยาย กล้องถ่ายภาพบางชนิดแว่นแก้สายตาสั้น
ตารางเปรียบเทียบเลนส์นูนกับเลนส์เว้า

วิธีเขียนแผนภาพรังสีเพื่อหาตำแหน่งภาพ

การวาดรังสีแสงช่วยให้เข้าใจว่าภาพเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยทั่วไปสามารถใช้รังสีสำคัญ 2 เส้นเพื่อหาตำแหน่งภาพ

การเขียนรังสีของเลนส์นูน

  1. รังสีที่ขนานกับแกนหลัก เมื่อผ่านเลนส์จะหักเหผ่านจุดโฟกัสอีกด้าน
  2. รังสีที่ผ่านจุดศูนย์กลางเลนส์ จะเดินทางเป็นเส้นตรงโดยประมาณ
  3. หากวาดรังสีที่มุ่งผ่านจุดโฟกัสด้านหน้าก่อนถึงเลนส์ รังสีจะหักเหออกไปขนานกับแกนหลัก

การเขียนรังสีของเลนส์เว้า

  1. รังสีที่ขนานกับแกนหลัก เมื่อผ่านเลนส์จะหักเหแยกออกจากกัน โดยแนวต่อย้อนหลังจะผ่านจุดโฟกัสด้านเดียวกับวัตถุ
  2. รังสีที่ผ่านจุดศูนย์กลางเลนส์ จะเดินทางเป็นเส้นตรงโดยประมาณ
  3. รังสีที่มุ่งไปยังจุดโฟกัสอีกด้านของเลนส์ เมื่อผ่านเลนส์จะหักเหออกไปขนานกับแกนหลัก

เมื่อรังสีจริงตัดกัน จะเกิดภาพจริง แต่ถ้าแนวต่อย้อนหลังของรังสีตัดกัน จะเกิดภาพเสมือน

วิธีเขียนแผนภาพรังสีเลนส์นูนและเลนส์เว้า

สรุปเทคนิคจำก่อนสอบ

เลนส์นูน

  • อยู่นอก F: ได้ภาพจริงกลับหัว โดยภาพอาจเล็ก เท่ากับวัตถุ หรือใหญ่กว่าวัตถุ
  • อยู่ที่ 2F: ภาพจริงกลับหัวและขนาดเท่าวัตถุ
  • อยู่ที่ F: แสงหลังผ่านเลนส์ขนานกัน
  • อยู่ระหว่างเลนส์กับ F: ภาพเสมือน หัวตั้ง และใหญ่กว่าวัตถุ

เลนส์เว้า

  • วัตถุจริงอยู่หน้าเลนส์ในทุกระยะ: ภาพเสมือน หัวตั้ง และเล็กกว่าวัตถุ
  • ภาพอยู่ด้านเดียวกับวัตถุ ระหว่างเลนส์กับจุดโฟกัส

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าจำเพียงว่าเลนส์ชนิดใดทำให้เกิดภาพแบบไหน แต่ควรเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งวัตถุ จุดโฟกัส และตำแหน่งภาพด้วย เพราะจะช่วยให้วิเคราะห์โจทย์และวาดแผนภาพรังสีได้ถูกต้องมากขึ้น

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิก

ติดตามครูเฟิร์สใน Facebook Fanpage : ครูเฟิร์ส The Guru First คลิก

พิเศษ!!

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม

สนใจอยากได้เทคนิคคิดเร็ว เก่งไว เข้าใจง่าย เรียนแบบเน้น ๆ เจาะแนวข้อสอบที่เจอบ่อย เจอแน่!! ขอแนะนำ คอร์สออนไลน์ ของ The Guru First ไม่ว่าจะเป็น คอร์สออนไลน์ หรือ คอร์สสอนสด เลือกเรียนตามความต้องการได้เลยครับ

กำลังมีคำถามอยู่หรือเปล่าครับ ?

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *